+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+
[ SF ] ClassMate
[ Staring ] YunHo x YuChun
[ Status ] END
[Note] HapPy BirtHDaY YuChunnie
+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+
“เอ้า.......ชนๆๆ”
“เชียร์สสสส!!!”
“คัมไปปปปป!!!”
ขวดน้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์หลากสีถูกเปิดออกพร้อมๆกัน ขวดแก้วใบเล็กกระทบกันเกิดเสียงดังก๊องแก๊ง แต่เนื่องจากสถานที่ๆพวกเขาใช้สังสรรค์เป็นร้านอาหารของสมาชิกภายในห้องที่แบ่งแยกเป็นสัดส่วนจึงไม่ต้องแคร์กับสายตาของลูกค้ารายอื่นๆ
“นี่ทุกคนห้ามดื่มนะ... ” ร่างขาวบางของยูชอนเดินไปรอบๆห้องจัดเลี้ยงเพื่อยื้อขวดเครื่องดื่มสีสวยเอาไว้และพยายามส่งเสียงห้ามปรามเพื่อนๆให้คำนึงถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมกับวัยของพวกเขาที่กำลังอยู่ในระดับชั้น ม.ปลาย
แต่เราก็ต้องขอแสดงความเสียใจ
เพราะเพื่อนๆในตอนนี้กำลังมึนได้ที่พอดีเลยยูชอน
“ฟังก่อนสิ....ฟัง!!! ” ทุบโต๊ะก็แล้วโวยวายก็แล้ว เพื่อนๆก็ยังไม่มีใครยอมหยุดเสียที แต่ก็มีเพื่อนบางคนหันมาให้ความสนใจ
“หัวหน้าห้อง...อย่าขึ้นเสียงซี่...”
“อา...ให้หัวหน้าห้องดื่มด้วยกันซะเลย...”
“ดีๆๆๆ…จัดการเลยยย”
พูดจบเพื่อนคนหนึ่งก็จับแขนบางล็อคไว้แล้วอีกคนเปิดขวดน้ำผลไม้สีสวยยกขึ้นจ่อปากยูชอน ทำให้ร่างบางต้องจำใจกลืนน้ำผลไม้ที่มีรสขมเจือหน่อยๆลงไป
เฮ!!.......
ฮ่าๆๆๆ....
เสียงที่ดังเอะอะปึงปังด้วยความสนุกสนานไปทั่วบริเวณที่ยูชอนได้ยิน เป็นสิ่งสุดท้ายที่ยูชอนรับรู้ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงไป
.
.
.
จิ๊บๆๆๆ...
เสียงนกร้องในเช้าวันใหม่ทำให้ยูชอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เปลือกตาบางค่อยๆเปิดออกช้าๆเพื่อปรับตัวรับแสงสว่างที่ส่องผ่านผ้าม่านสีขาวบางเข้ามา
โอยยยยยย ปวดหัวจัง
ยูชอนยกมือกุมขมับพลางลืมตาขึ้นมองเพดานห้อง
แต่....
วันนี้มันทำไมดูไม่ค่อยคุ้นแฮะ...
ว่าแล้วก็พยายามขยับตัวหันซ้ายมองขวาเพื่อมองไปรอบๆบริเวณห้อง จนได้เจอกับใบหน้าของเพื่อนชายห้องเดียวกันที่นอนซุกตัวอยู่ข้างๆ ยูชอนดีดตัวออกจากเตียงด้วยความเร็วทันทีที่ตั้งสติได้ ร่างบางยืนมองหน้าคนหล่ออยู่ข้างฝาผนังห้องโดยไม่ลืมคว้าผ้าห่มติดมือมาด้วย ในขณะที่กำลังตัวสั่นงันงกด้วยความตกใจ
ทำไม.......
ทำไมเพื่อนชายคนนั้นต้องเป็นจองยุนโฮด้วยล่ะ!!!
จำอะไรไม่ได้เลย นึกยังไงก็นึกไม่ออก!!!
ยูชอนละผ้าห่มที่ฉวยติดมือมาลง แล้วก็ยิ่งตกใจ
“อ๊ากกกกกกกกก...”
ยูชอนตะโกนเสียงหลง ก็ตอนนี้เขาเหลือแต่กางเกงในจะไม่ให้ตกใจได้ยังง๊ายยยยยย
ร่างบางตะครุบผ้าห่มมาคลุมกายอีกครั้ง ตาเรียวเหล่มองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่
ม่ายยยยยยยย .....นายยุนโฮนั่นก็เหลือแต่กางเกงชั้นในเหมือนกัน
เมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!!
ขณะที่ยูชอนกำลังนึกเดาเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นมาไปเรื่อยเปื่อยอยู่ ยุนโฮก็ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงร้องที่แผดก้องของใครบางคนเหลียวซ้ายแลขวาสักพัก เมื่อเจอยูชอนแล้วจึงส่งยิ้มทักทาย
“ฮ้าวววววว... อรุณสวัสดิ์หัวหน้าห้อง ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นหากางเกงขายาวที่กองระเกะระกะปนอยู่กับเสื้อผ้าข้างเตียงมาใส่
อืมมมม จะพูดจะลุกจะนั่งจะเดินนายยุนโฮก็ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไปนี่นา แต่ที่เขานึกกลัวยุนโฮอยู่ตลอดเวลาน่ะเพราะว่าเพื่อนร่วมห้องคนนี้เป็นทายาทของแก๊งมาเฟียใหญ่ต่างหาก วันๆมีแต่ข่างลือในทางลบเกี่ยวกับเขามากมายสารพัน เพื่อนร่วมห้องก็แทบจะไม่มีใครเข้าไปคุยกับยุนโฮสักคน แล้วจะไม่ให้ยูชอนผู้บอบบางกลัวจองยุนโฮได้ยังไง....TT^TT แล้วตอนนี้เจ้านั่นก็เดินเข้ามาหาเขาแล้ว!!
อย่า....อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้...เดี่ยวใช้โถน้ำผึ้งเสกขว้างหัวซะเลยนี่
“เมื่อวานนายน่ารักมากเลย” ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้ามากระซิบเบาๆข้างใบหูขาวสะอาดแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์...
ฟังยุนโฮพูดแบบนี้แล้วยูชอนก็ยกมือขึ้นไปจับสะโพกตัวเองเอาไว้อย่างลืมตัวแล้วก็ให้รู้สึกถึงอาการผิดปกติที่สะโพกตัวเองขึ้นมาทันใด...
อ๊ากกก...ทำไมปวดสะโพกแบบนี้นะ....
ระ....หรือว่า.......
ชัวร์เลยยยยย!!! เมื่อคืนนี้เราเสร็จยุนโฮไปแล้วแน่ๆTT^TT
โฮ.............
แบ็คเวอร์จิ้นของลูกผู้ชายชื่อยูชอนถูกทำลายไปซะแล้ววววววววว
“มีอาการบ้างมั้ย? ” ยุนโฮยื่นหน้าเข้ามาถามใกล้ๆพลางมองร่างบางอย่างสำรวจตรวจตรา
“อาการอะไร...ไม่รู้เรื่อง!!! ไม่มี!!! ” ร่างบางตะโกนใส่หน้าลูกมาเฟียใหญ่
โหยยยย ไอ้บ้า!!! ได้เวอร์จิ้นไปแล้วใครเขาถามคำถามแบบนี้กัน
ไอ้........
ไอ้ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ (-“-)
จ๊ออออกกกกกกกกก
เสียงกระเพาะของยูชอนร้องหาอาหารอย่างแรงทำให้ยุนโฮหัวเราจนตัวงอ
ร่างบางหน้าแดงก่ำ
กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่แท้ๆ ทำไมต้องหิวตอนนี้ด้วยนะ
“ฮ่าๆๆ รอเดี่ยวนะ จะไปหาอะไรมาให้ทาน ” ยุนโฮบอกแล้วเดินเกาพุงออกจากห้องนอนไปด้วยมารยาทของเจ้าของบ้านที่ดี
ยูชอนยืนตะลึงอยู่นาน เขารู้สึกว่าความจริงยุนโฮออกจะใจดี
แต่คิดดูอีกที ตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลาที่เข้าจะมาชื่นชมลูกชายมาเฟียใหญ่ในห้องส่วนตัวของอีกฝ่ายแบบนี้ ร่างบางจึงรีบคว้าเครื่องแต่งกายชุดเดียวกับเมื่อเย็นวานมาสวมแล้วรีบกลับบ้านของตัวเองไปท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของสมาชิกภายในแก๊งค์ที่เดินขวักไขว่ไปมาเต็มบ้านไปหมด
.
.
.
จะทำยังไงต่อไปล่ะทีนี้...เจอกันจะทำหน้ายังไงดี
ก็เรา....เรา.....เสร็จยุนโฮไปแล้วนี่ >///< อ๊ากกกกก น่าอายชะมัด
แต่ที่จริงยุนโฮก็ไม่เห็นจะโหดร้ายเหมือนที่ใครเขาลือกันเสียหน่อย เวลายิ้มก็น่ารัก
แล้วเค้าจะอ่อนโยนกับเรารึเปล่านะ...
อ๊ากกกกก นี่เราคิดอะไรอยู่น่ะ
ดูสิหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลย
แบบนี้มันหมายความว่ายังไงกัน!!!
ยูชอนเดินถามตัวเองมาตลอดทางเดินไปยังห้องเรียนที่อยู่บนชั้นสองของตึกเรียน จวบจนเมื่อเขาเดินไปถึงเชิงบันไดก็พบว่ามีใครบางคนยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ตรงนั้นจนไม่มีใครกล้าเดินผ่าน
ยะ....ยุนโฮ!!!
ทำไมเจอกันเร็วขนาดนี้ล่ะเนี่ย คนน่ารักยังไม่ได้ทำใจเลย
ยูชอนแกล้งเดินก้มหน้ารีบเดินผ่านก้าวขึ้นบันไดโดยไม่ใส่ใจคนที่ยืนขวางโลกอยู่ แต่ก็หนีไม่พ้นถูกมือแกร่งของยุนโฮยึดข้อมือไว้จึงจำต้องเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาคม
“ไม่ต้องหลบหน้าหรอกหัวหน้าห้อง ทีเมื่อวานยังหวานกันอยู่เลย”
“ -O- ” ยูชอนยืนอึ้งกับคำพูดของยุนโฮอยู่ไม่นานแล้วก็ต้องตะโกนลั่น
“อย่าพูดนะ!! ” ด้วยความอายเลยเผลอหลับหูหลับตาผลักยุนโฮให้ออกห่าง แต่โชคก็ไม่เข้าข้างยูชอนเอาเสียเลยเมื่อมือบางฟาดเข้าที่หน้าตาหล่อๆของใครบางคนดังเพี้ยะใหญ่
“อ่า..... ” ยูชอนมองมือตัวเองสลับกับรอยแดงที่ค่อยๆชัดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายมาเฟียแล้วทำหน้าซีดเผือดเมื่อยุนโฮทำตาขวางส่งมาให้
“ขอโทษๆๆๆ” ยูชอนร้องบอกยุนโฮเสียงดังทำให้บรรดาเพื่อนนักเรียนที่เดินผ่านไปมาหันมาสนใจ เมื่อเห็นว่าที่ตรงนี้ไม่เหมาะที่จะคุยกันอีกต่อไปมือบางจึงจับจูงข้อมือบางของยุนโฮออกวิ่งไปหาที่เงียบๆเพื่อคุยกันให้รู้เรื่องกันไปเสียที
“อย่าบอกใครเรื่องเมื่อวานนะ...ขอร้องล่ะ ” ยูชอนขอร้องยุนโฮในทันทีที่พวกเขาทั้งสองอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์ที่ปิดมิดชิดแล้ว
ถ้าเพื่อนๆรู้ว่าเขาไปนอนค้างบ้านยุนโฮมาแถมยังเสียเวอร์จิ้นไปแล้วล่ะก็ ต้องไม่มีใครยอมคุยกับเขาแน่นอน ก็เพื่อนในห้องแต่ละคนน่ะกลัวยุนโฮยังกะแกะกลัวหมาป่า ไม่น๊า....เค้าเพิ่งย้ายมาอยู่ห้องนี้ได้ไม่นาน ยังไม่อยากถูกเกลียดหรอก
อย่าเชียวนะ....อย่าได้คิดว่าเขากับยุนโฮสนิทกันเชียว
ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างเป็นต่อเมื่อเห็นเพื่อนตัวขาวทำหน้ากระอักกระอ่วน
“ก็ได้...ถ้าไม่อยากให้เปิดโปงล่ะก็...นายต้องจูบปิดปากฉันก่อน”
“หา!!!นายพูดอะไรของนาย”
ก็ไอ้บ้าเนี่ย พูดราวกับว่าสิ่งที่ขอน่ะมันช่างง่ายดายเหมือนให้เขาช่วยทำแกงกิมจิให้กินสักชามดิ๊แบบนั้นแหละ
“ถ้านายไม่ทำก็ได้.... ” ยุนโฮพูดน้ำเสียงเรียบๆ หันกลับไปเปิดประตูห้องเก็บอุปกรณ์ทำทีจะเดินออกไป แต่ผิดคาด ชายหนุ่มร่างสูงร้องตะโกนออกไปในทันที
“เฮ้!!! เมื่อวานน่ะ....”
“อ๊ากกกกกกกกก ย๊ากกกกกกกกกกก ” ยูชอนร้องโวยวายเพื่อกลบเสียงของยุนโฮ
“รู้แล้ว!!ยอมก็ได้!!”
ยุนโฮเลื่อนประตูห้องเก็บอุปกรณ์มาปิดห้องเอาไว้ตามเดิม แล้วยืนยิ้มรออยู่หน้าประตู
ยูชอนเดินเข้าไปหายุนโฮแล้วหลับหูหลับตาเอาปากนุ่มๆไปชนแก้มของยุนโฮโดยแรง
ก็มันหลับตาอ่ะ จะไปรู้ได้ไงว่าปากอยู่ตรงไหน
ยังไงก็ถือซะว่าฉันจูบนายไปแล้วก็แล้วกัน หยวนๆ
คิดก็รู้สึกอายแล้วก็ยิ่งรู้สึกโมโหตัวเองตะหงิดๆ ร่างบางผลักคนตัวใหญ่ออกไปให้พ้นทางแล้วรีบเปิดประตูวิ่งออกไปทันที
อ๊ากกก จูบยุนโฮไปแล้วทำไงดีๆๆ
หวังว่านายคงจะรักษาคำพูดนะยุนโฮ
แต่จะมีใครรู้ว่ายุนโฮที่ยังไม่เดินตามออกไป ยืนจับแก้มตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำอยู่อย่างนั้นไม่ยอมไปไหนสักที
.
.
.
“หัวหน้าห้อง ฝากเอกสารไปเย็บแล้วก็แจกเพื่อนๆด้วยนะ ” อาจารย์ประจำชั้นเรียกยูชอนไปพบที่ห้องพักแล้วส่งเอกสารให้ปึกใหญ่
“ครับ... ” ยูชอนรับคำอย่างว่าง่ายแต่ในใจกำลังนึกท้อ
ก็เพื่อนๆในห้องน่ะมีใครยอมฟังแล้วก็ให้ความช่วยเหลือเขาที่ไหนกัน
มีหวังต้องทำคนเดียวจนค่ำแน่ๆ
“เยซองว่างมั้ย?”
“ขอโทษนะ วันนี้ฉันมีนัดกับรยออุคน่ะ”
“ชินดง...”
“ขอโทษทีหัวหน้าห้อง..วันนี้ฉันไม่ว่างจริงๆ ”
“คิบอม...ซองมิน... ฉันมีเรื่องจะขอร้อง”
“ขอโทษทีวันนี้ต้องรีบไป”
ยูชอนพยายามทำหน้าขอความเห็นใจจากเพื่อนๆจนในที่สุดก็เหลือเพียงแต่เขาคนเดียวในห้องเรียนที่เงียบเหงาหลังเลิกเรียน
ครืดด
เสียงบานเลื่อนของประตูห้องเรียนถูกเปิดออกทำให้ร่างบางหันไปมองอย่างนึกสงสัยแล้วก็ต้องเบิกตาค้างเมื่อเห็นว่าคนนั้นเป็นใคร
“ยุนโฮ....”
“มา...ฉันช่วยทำนะ”
ร่างสูงเดินไปลากเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ๆแล้วลงมือเรียงเอกสารให้ยูชอนเย็บเพื่อให้งานเสร็จเร็วๆ เมื่อสองหัวดีกว่าหัวเดียว สองแรงก็ต้องแข็งขันกว่าหนึ่ง เวลาผ่านไปจนงานเย็บเอกสารที่อาจารย์ที่ปรึกษาฝากมาก็เสร็จสิ้นลง
“ขอบใจนะยุนโฮ... เรากลับกันเถอะ ”
ยูชอนกล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของยุนโฮแล้วทำท่าจะลุกออกไป แต่ก็ไม่ไวเท่ากับมือของยุนโฮที่คว้าข้อมือของเขาเอาไว้
ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาหาใบหน้าหวานช้าๆ หัวใจของยูชอนเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคู่สวยปิดลงเมื่อทนสบแววตาไหวระริกแฝงนัยบางอย่างจากดวงตาคมไม่ไหว
อ๊ากกกก จูบอีกแล้วๆๆ ยูชอนร่ำร้องตะโกนก้องอยู่ในใจ
ริมฝีปากบางเม้มชิดติดกันแน่น นึกกลัวสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อแบบนี้ ถึงแม้เขากับยุนโฮจะเคยมีอะไรๆกันแล้วก็เถอะ แต่ตอนนั้นมันไม่รู้สึกตัวนี่นาจะมีเวลาเขินอายได้ยังไงกัน
ยุนโฮเปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นพวงแก้มใสแทนเมื่อเห็นอีกฝ่ายเม้มปากแน่น ครั้นยูชอนรู้สึกตัวว่าไม่ได้ถูกยึดริมฝีปากก็พยายามหันหน้าหนีแล้วร้องขอยุนโฮ แต่พอเปิดปากพูดเท่านั้นยุนโฮก็ตามไปมอบจูบอ่อนหวานให้กันและกันอย่างเนิ่นนาน จากมือบางที่เคยพยายามผลักไสบ่ากว้างก็กลับโอบคล้องเอาไว้เพื่อเพิ่มความแนบชิดในกันและกัน
“ยูชอน... ” เสียงทุ้มเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างน่าฟังทำให้ยูชอนได้แต่ครางงึมงำในลำคอเพื่อเป็นการตอบรับ
“เรื่องเมื่อวันก่อนน่ะ...” // “เฮ้!!! มีใครเห็นสมุดการบ้านของฉันบ้าง”
ไม่ทันที่ยุนโฮจะได้พูดอะไรมาก ก็มีชายหนุ่มชะตาขาดเปิดประตูห้องเรียนเข้ามาเสียก่อน ทั้งสองร่างที่อิงแอบแนบชิดกันอยู่จึงจำต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว เงาทะมึนที่เกิดจากความไม่พอใจของยุนโฮทำให้เพื่อนนักเรียนชายคนนั้นรีบหันหลังกลับออกนอกห้องไปโดยเร็ว
ยูชอนใช้ปลายนิ้วแตะลงบนริมฝีปากอิ่มของตนเองด้วยยังมึนงงในรสสัมผัสจากผู้ชายอีกคนที่ยังยืนอยู่ในห้องเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างเงียบงันกันอยู่นานจนยูชอนต้องพูดกับแผ่นหลังของยุนโฮเพื่อทำลายความเงียบลง
“เมื่อกี้มีอะไรจะพูดค้างไว้หรือเปล่า >///<”
“ปะ..เปล่านี่... ” ยุนโฮหันมาเผชิญหน้าพร้อมตอบปฏิเสธ แต่พอเห็นริมฝีปากบางที่เริ่มบวมเจ่อเผยออยู่ตรงหน้าก็เดินเข้าไปคว้าร่างบางมากอดอีกครั้ง
“เรามาต่อจากเมื่อกี้ดีกว่า...”
ยูชอนรีบยกมือขึ้นปิดปากแล้วหลับตาแน่น
ก็ที่จูบไปเมื่อกี้แทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ไอ้บ้านี่ก็ขยันหาเรื่องจูบจริงๆเลย.... >///<
“ล้อเล่นน่ะ...ฉันกลับบ้านก่อนนะ...หัวหน้าห้องก็รีบกลับล่ะ”
บอกแล้วก็รีบก้าวออกจากห้องเรียนไปด้วยยังไม่สามารถเอาชนะใจตนเองได้เด็ดขาด ถ้าอยู่ใกล้กันมากๆอาจจะเผลอทำรุนแรงกับอีกฝ่ายลงไป
เมื่อยูชอนหรี่ตาขึ้นมองจึงได้เห็นแค่เพียงแผ่นหลังกว้างของยุนโฮผ่านพ้นประตูห้องเรียนออกไปเท่านั้น
อะไรกัน...ทั้งๆที่น่าจะจูบต่อแท้ๆ
ยูชอนทรุดตัวลงนั่งคิดพลางลูบริมฝีปากอิ่มของตนเองไปมา
อ๊ะ!! บ้า!! นายอยากให้ยุนโฮจูบต่องั้นเหรอยูชอน... >///<
ไม่ๆๆๆ..นายไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆแน่ๆ
ธุระอะไรจะต้องไปอยากให้ยุนโฮจูบล่ะ
แต่มันก็รู้สึกดีไม่ใช่เหรอ?
แน่ล่ะ!!!.......(-“-)
โอ๊ยย!! นี่เราเป็นบ้าอะไรไปแล้วเนี่ยยูชอน!!!
.
.
.
“อ๊ะ!! มาแล้วๆ ” เสียงทักทายของเพื่อที่ดังเซ็งแซ่เมื่อยูชอนก้าวผ่านประตูห้องเรียนเข้ามาทำให้เขาเริ่มรู้สึกแปลกที่เพื่อนๆหันมาให้ความสนใจเขากันถ้วนหน้า
“มีอะไรเหรอ... ” ถามออกไปด้วยความประหม่า ทุกสายตาที่มองมาล้วนแต่มีแววตาสงสัยอยู่ทุกคู่เลยเชียว
“หัวหน้าห้อง...หลังเลิกจากงานเลี้ยงหัวหน้าห้องไปนอนค้างบ้านของคุณยุนโฮเหรอ...เด็กห้อง C เค้าบอกต่อๆกันมาน่ะ”
“หัวหน้าห้องคบกับคุณยุนโฮตั้งแต่ตอนไหน เป็นคุณนายมาเฟียก็ไม่ยอมบอกกันบ้างเลยนะ”
“ที่ทำลับๆล่อๆแถมยังอยู่ด้วยกันตอนเย็นวาน หัวหน้าห้องกับคุณยุนโฮน่ะเรียบร้อยกันแล้วใช่ป่ะ...”
คำถามสุดท้ายยิ่งโดนใจจนยูชอนทำหน้าปั้นยาก
ตอนนี้เพื่อนๆรู้กันหมดแล้วว่าเรา...เราเสร็จยุนโฮ....
อ๊ากกก...แล้วจะให้เราบอกว่าเราเป็นของยุนโฮแล้วเนี่ยนะ....ไม่ได้ๆๆ.......ไม่ได้เด็ดขาด!!!
ผิดคาดด้วยแฮะ..นึกว่าเพื่อนๆจะไม่ยอมคุยกะเราซะอีกที่เราคบกับยุนโฮ แต่ไหงทำหน้าชื่นชมกันแบบนั้นล่ะ...แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีล่ะทีนี้ ลูกผู้ชายที่สูญเสียแบ็คเวอร์จิ้นเขาทำหน้ากันยังไง...
ยิ้มระรื่นยอมรับความจริงหรือว่าจะร้องไห้เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากเพื่อนๆดี...
ยูชอนยืนนิ่งคิดไปไกลรอบขอบโค้งจักรวาลอยู่เป็นนาน จนยุนโฮที่เพื่งเข้ามาเห็นท่าทางนั้นก็ให้นึกเข้าใจผิดคิดว่ายูชอนกำลังเสียใจที่เพื่อนๆรู้ว่ามีอะไรกับตน
“หยุดพูดซี้ซั้วได้แล้ว ยูชอนกับฉันไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่พวกนายเข้าใจ!!”
เสียงตะโกนดังราวกับฟ้าผ่าแทรกขึ้นมาทำให้ทุกคนหยุดวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความตกใจ
“คุณยุนโฮ.... ” เพื่อนๆทุกคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์คะนองร้องครางเสียงอ่อย จองยุนโฮเป็นลูกชายมาเฟียที่มีความจริงจังและมีน้ำใจ ทำให้ทุกคนเคารพและเชื่อฟังยุนโฮ แต่วิธีปฏิบัติของเพื่อนๆในห้องทำให้สมาชิกหลายคนที่เพิ่งย้ายเข้ามารวมห้องด้วยอย่างเช่นยูชอนเข้าใจว่าจองยุนโฮเป็นคนน่ากลัวไม่น่าคบหา
“วันนั้นฉันอาสาไปส่งหัวหน้าห้องเพราะเรากลับทางเดียวกัน แต่ระหว่างทางหัวหน้าห้องเกิดคลื่นไส้แล้วอ้วกใส่เสื้อฉัน ฉันเลยให้พักที่บ้านฉันก่อนก็เท่านั้นเอง…ไม่ใช่อย่างที่พวกนายคิดกันไปเองหรอก”
“นึกแล้วเชียว...ไม่น่าไปฟังพวกเด็กห้อง C เลย”
“นั่นสิ...ถึงว่า...คุณยุนโฮกับหัวหน้าห้องจะมีอะไรกันได้ยังไง”
“หัวหน้าห้องจะมีเวลาไปสนิทกับคุณยุนโฮตอนไหนเนอะ”
เมื่อทุกคนได้ฟังคำยืนยันจากปากของลูกชายแก๊งค์มาเฟียใหญ่ก็เลยคลายความสงสัยพากันแยกย้ายไปทำภารกิจของตัวเองต่อไป
ยูชอนยืนฟังเรื่องราวจากปากชายหนุ่มตรงหน้าแล้วกำหมัดแน่นขึ้นๆทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
ถูกยุนโฮหลอกมาตลอด.......เรื่องของคืนนั้น
เหมือนคนบ้าเลย...
ที่คิดว่ายุนโฮมีใจกับตัวเอง
“ยูชอน... ” ยุนโฮเรียกชื่อร่างบางเบาๆ สีหน้าของยูชอนในตอนนี้ดูยังไงเขาก็เดาไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่
“โกหกกันแบบนี้สนุกนักรึไง? ” น้ำตาที่เพียรพยายามกลั้นเอาไว้หยาดล้นออกมาจากตาเรียวไหลอาบแก้มเนียน มือบางยกขึ้นปาดลวกๆแล้ววิ่งหนีออกจากห้องเรียนไปตามระเบียงโดยไม่รู้ทิศทาง
“บ้าชะมัด...ไม่ใช่แบบนั้นนะยูชอน...ยูชอน!!! ”
บรรดาเพื่อนๆที่แยกย้ายกันไปแล้วก่อนหน้านี้กลับมารวมตัวกันอยู่หน้าประตูห้องอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว
น่านนนน...ทีนี้เชื่อฉันหรือยังล่ะว่าคุณยุนโฮกับหัวหน้าห้องน่ะแอบกิ๊กกันจริงๆ
ยุนโฮตะโกนแล้ววิ่งไล่หลังหัวหน้าห้องไปอย่างรวดเร็ว จนเห็นแผ่นหลังบางวิ่งขึ้นบันไดเชื่อมไปสู่ดาดฟ้าของตึกเรียน ที่สุดก็ทันกันจนได้
“ฟังฉันก่อนยูชอน...” ร่างสูงตามเข้ามากระชากคนตัวบางอย่างแรงจนตัวปลิวเข้ามาปะทะกับอกกว้าง
“ใจร้าย!!! ทำไมต้องโกหกกันด้วยไม่เห็นจำเป็นเลย ” ริมฝีปากบางขยับต่อว่าทั้งๆที่ยังไม่ยอมมองหน้ากัน
“จำเป็นสิ... ” มือหนาบีบกระชับมือบางไว้แน่นราวกับจะสื่อความหมายผ่านไปถึงหัวใจของคนที่ร่ำไห้อยู่ตรงหน้า
“เพราะฉันรักนาย....”
คำสารภาพแบบไม่คาดฝันจากยุนโฮทำให้ยูชอนยืนนิ่งเหมือนถูกสาปให้เป็นใบ้
“ถ้าฉันบอกนายว่านายกับฉันไม่มีอะไรกัน ฉันอาจจะไม่มีโอกาสเข้าใกล้นายอีกเลยก็ได้ ....ขอโทษนะที่ทำให้ต้องลำบากใจ...”
พูดจบยุนโฮก็ค่อยๆปล่อยมือบางแล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งยูชอนให้ยืนมองตามแผ่นหลังกว้างอย่างไม่เข้าใจในตัวของอีกฝ่ายเท่าไหร่
แต่สำหรับหัวใจของเขาน่ะ เขาบอกได้เลยว่าเข้าใจมันดี
“พูดเสร็จแล้วเดินหนี....ขี้โกง!!!”
สิ้นเสียงตัดพ้อ ยุนโฮก็หันกลับมาหาร่างบอบบางที่เขาแอบชื่นชมในความเรียบร้อย น่ารัก และมีน้ำใจมาโดยตลอด แล้วเขาก็ถูกยูชอนกระชากคอเสื้อของร่างสูงลงมาเพื่อประกบริมฝีปากบางกับปากหยักโดยแรงแล้วผละออกด้วยความรวดเร็ว
“นึกว่ารู้สึกคนเดียวรึไง...ฉันก็ชอบนายเหมือนกัน...หลอกจูบไปตั้งหลายครั้งแล้วเพิ่งมาขอโทษเนี่ยนะ คนบ้า!!!”
เมื่อพูดความในใจออกไปจนหมดแล้วยูชอนก็ยืนหอบหายใจเสียยกใหญ่ในขณะที่ยุนโฮยืนก้มหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น
“นี่!!! ฟังอยู่รึเปล่านายน่ะ ” ยูชอนเห็นยุนโฮยืนบื้ออยู่แบบนั้นก็เกิดมีโมโหขึ้นมาอีกครา มือบางคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามาจ้องหน้าใกล้ๆอีกครั้ง แต่เมื่อรู้สึกถึงมืออุ่นๆที่สัมผัสบั้นเอวอ่อนๆของตน ยูชอนก็เสียท่าให้ลูกชายมาเฟียเข้าเต็มเปา
“ได้ยินแล้วจ๊ะ...งั้นเรามาต่อจากวันนั้นกันเถอะนะยูชอน”
.
.
.
“นี่...คืนนั้นนายทำอะไรฉัน ฉันถึงได้ปวดสะโพกไปหมด”
“อืมมม..ก็ยูชอนดิ้นตอนเราอุ้มขึ้นบันไดน่ะ ก็เลยตกลงไปกระแทกพื้นนิดหน่อยเอง”
“อ๋อออ..นิดหน่อยเองใช่มั้ย......งั้นก็ลองบ้างสิจองยุนโฮ.....จะหนีไปไหน!!...”
“อยู่ให้เจ็บตัวก็โง่สิที่รัก...เดี๋ยวไปค้างบ้านเค้าแล้วจะให้เอาคืนนะ”
“ยังมีหน้าจะชวนไปค้างอีกเหรอยุนโฮบ้า.... อย่างนี้ต้องเอาให้ตาย!!! จะหนีไปไหน...กลับมาเดี๋ยวนี้เลยจองยุนโฮ”
ภาพของร่างบางที่วิ่งไล่ทุบตีคนตัวสูงใหญ่ที่ใครๆพากันกลัวเกรงนักหนาทำให้สายตาของเพื่อนๆที่มองยูชอนแปลกไป
“ไงล่ะ...ฉันว่าแล้ววว ที่จริงน่ะ หัวหน้าห้องน่ากลัวที่สุดเลย บรื๋อออ...”
END
มาแล้ววว มุดหัวไปปั่นฟิก HBD มิกกี้ที่รักอยู่
แต่นั่นมันก็เป็นข้ออ้าง
SummerX3 แต่งได้ 1 หน้า
ส่วนกระต่ายน้อยมินมินก็นะ....แหะๆ ไม่อยากจะพูดถึงเลย
แต่ HoMin กะ SuMin แต่งเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้พิมพ์
ถ้าเราหายศรีษะไปนานหน่อยก็อย่าเพิ่งสวดเรานะ
พักนี้ไมว่างจริงๆ
คิดถึงปิดเทอมมมมมมม...